ประตูผี 4 ภาคทั่วไทย
จังหวัดนครราชสีมา ประตูไชยณรงค์ (ประตูผี)
ประตูเมืองทางทิศใต้
ชาวเมืองเรียกประตูนี้ว่า "ประตูผี" เนื่องจากในอดีต
มีประเพณีความเชื่อว่า เมื่อมีคนตายขึ้นในเมือง ห้ามมีการเผา หรือฝังเอาไว้ในเมือง
ให้ออกไปจัดการกันที่นอกเมือง โดยให้นำศพผ่านออกทางประตูนี้เพียง
ประตูเดียว นอกจากนั้นแล้ว ทางทิศใต้นี้ยังมีบึงใหญ่ มีชื่อเรียกว่า
"หนองบัว" สำหรับชื่อประตู "ไชยณรงค์" นั้น เนื่องมาจาก
เมื่อยามเกิดศึกสงคราม ประตูนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ยากต่อการโจมตีของข้าศึก
เพราะภูมิประเทศด้านนี้เต็มไปด้วยหนองน้ำขนาดใหญ่ และเล็ก แต่ในปัจจุบัน
หนองน้ำเหล่านั้นได้ถูกถมไปหมดแล้ว
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย
พอข้ามสะพานไปแล้วก็จะถึงพิพิธภัณฑ์อย่าเลยไปเป็นอันขาด ควรเข้าชมพิพิธภัณฑ์พิมายก่อนไปชมปราสาทพิมายจะได้ความรู้ในการไปชมมากขึ้น
เรียกว่าเจาะชมได้ถูกจุดเลยทางเข้าพิพิธภัณฑ์ไปหน่อยก็จะถึงสี่แยก
เลี้ยวขวาเข้าที่จอดรถที่อยู่หน้าทางเข้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เมื่อเข้าประตูไปแล้วหากเดินเลี้ยวขวาจะมีร้านขายภาพ
ขายหนังสือของกรมศิลปากร และของที่ระลึก เสียดายที่หนังสือดีๆที่ผลิตโดยกรมศิลปากรราคาก็ไม่แพง
มักจะเอามาวางขายตามพิพิธภัณฑ์ หรือโบราณสถานน้อยเกินไป
ด้านหลังร้านมีสุขาพออาศัยได้
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทหินพิมายนี้ เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในพุทธศาสนาลัทธิมหายานตั้งอยู่ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ชื่อ พิมาย น่าจะมาจากคำเดียวกันกับชื่อ วิมาย ที่ปรากฎอยู่ในจารึกภาษาขอม บนแผ่นหินกรอบประตูระเบียงคดด้านหน้าของปราสาทหินพิมาย
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทหินพิมายนี้ เป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นในพุทธศาสนาลัทธิมหายานตั้งอยู่ที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ชื่อ พิมาย น่าจะมาจากคำเดียวกันกับชื่อ วิมาย ที่ปรากฎอยู่ในจารึกภาษาขอม บนแผ่นหินกรอบประตูระเบียงคดด้านหน้าของปราสาทหินพิมาย
คำว่า พิมาย ปรากฎเป็นชื่อเมืองในศิลาจารึก
พบในปราสาทขอมหลายแห่ง แม้รูปคำจะไม่ตรงกันที่เดียวนักแต่เชื่อกันว่าหมายถึง
เมืองพิมาย อันเป็นที่ตั้งของปราสาทพิมายโดยเรียกว่าเมืองวิมายหรือวิมายะปรุะ
(จารึกปราสาทพระขรรค์ พุทธศตวรรษที่ ๑๘) ข้อความในจารึกที่กล่าวว่า
พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗
มหาราชองค์สุดท้ายของขอม โปรดให้สร้างที่พักคนเดินทาง (อโรคยาศาล
โรงพยาบาลขอม) จากราชธานีมายังเมืองพิมายรวม ๑๗ แห่ง แสดงถึงความสำคัญของพิมาย
ที่เกี่ยวพันกับราชอาณาจักรขอม
พระเจ้าชัยวรมันสร้างอโรคยาศาลไว้ทั่วราชอาณาจักร ของพระองค์มากถึง ๑๐๒ แห่ง
ปราสาทหินพิมาย คงจะเริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ และได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอีกในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ในแผ่นดินของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ กำหนดอายุปราสาทจากหลักฐานต่างๆ เช่น ศิลาจารึก ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ภาพจำหลักประดับสถาปัตยกรรม ซึ่งในปราสาทขอมนิยมแกะสลักลงในเนื้อหินส่วนต่างๆของอาคาร
ปราสาทหินพิมาย คงจะเริ่มสร้างขึ้นตั้งแต่ปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ และได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอีกในพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ในแผ่นดินของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ กำหนดอายุปราสาทจากหลักฐานต่างๆ เช่น ศิลาจารึก ลักษณะทางสถาปัตยกรรม ภาพจำหลักประดับสถาปัตยกรรม ซึ่งในปราสาทขอมนิยมแกะสลักลงในเนื้อหินส่วนต่างๆของอาคาร
เช่น หน้าบัน ทับหลัง เสาประดับกรอบประตู และเสาประดับผนัง
ภาพจำหลักเหล่านี้ นอกจากจะแสดงลักษณะทางศิลปะ ที่ช่วยในการกำหนดอายุขัยแล้ว ยังสามารถศึกษาคติทางศาสนา ขนบธรรมเนียม
ประเพณี ตลอดชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้นๆด้วย
บริเวณที่ตั้งของปราสาทพิมาย หากดูจากภาพถ่ายทางอากาศจะเห็นได้ชัดเจนว่า เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่
มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีคูและกำแพงเมืองล้อมรอบ
มีศาสนสถานอยู่กลางเมือง ล้อมรอบไปด้วยชุมชนใหญ่น้อย
ตัวเมืองตั้งอยู่ในทำเลที่สมบูรณ์ด้วยน้ำ เพราะมีลำน้ำไหลผ่านรอบเมือง ได้แก่
ลำน้ำมูล ไหลผ่านทางทิศเหนือ และทิศตะวันออก ลำน้ำเค็มไหลผ่านทางทิศใต้ ลำน้ำจักรราชไหลผ่านทางทิศตะวันตก
แล้วไหลไปบรรจบกับลำน้ำมูลที่ท่าสงกรานต์
ภายในตัวเมืองมีแหล่งน้ำกิน น้ำใช้ ได้แก่ สระแก้ว สระพลุ่ง สระขวัญ
ส่วนภายนอกเมืองก็มีสระน้ำขุดไว้อีก คือ สระเพลง สระโบสถ์
สระเพลงแห้งทางทิศตะวันตก
และยังมีอ่างเก็บน้ำบาราย ทางทิศใต้
********************************************************************************
กรุงเทพ แยกสำราญราษฏร์(ประตูผีกรุงเทพ)
2. ในอดีตนั้นในการสร้างเมืองจำเป็น กำหนดประตูเมือง หลายๆประตู
ตัวอย่างเช่น ที่ยังคงมีประตูเมืองให้เราเห็นอยู่ เช่นที่จังหวัดเชียงใหม่
จะมีประตู ช้างเผือก ประตูท่าแพ
และแต่ละประตูก็จะใช้ในทีวัตถุประสงค์มี่แตกต่างกัน บางประตูใช้ในการเดินทัพออกไปสู้รบ
หรือกลับหลังจากการสู้รบ บางประตูเป็นประตูที่บวงสรวงสิ่งศักดิสิทธิ์
ประตูเมืองจึงเป็นสิ่งที่กำหนดชะตาบ้านเมืองในอดีต ดังนั้นอะไรที่เป็น
อวมงคลจึงมิอนุญาตให้ใช้ประตูร่วมกับประตูที่เป็นมงคล เวลามีคนตาย จะไม่อนุญาตให้ประกอบพิธี ในเขตเมือง อย่างเด็ดขาดจะต้องนำออกไปนอกเมือง
จึงจำเป็นจะต้องกำหนด ประตูที่จะต้องนำสิ่ง อวมงคลออกจากเมือง คือประตูผี
แต่มีความเชื่อว่าบริเวณประตูผีหรือที่ตรงกับ ประตูมิควรทำการค้า เพราะจะไม่เจริญ
อย่างเช่นที่เชียงใหม่ก็จะเป็นประตูสวนปรุง สำหรับกรุงเทพนั้น
ตัวประตูดังกล่าวหายไปนานแล้วยังคงเหลือแต่ชื่อ ให้พวกเราเรียกขาน ประตูผี เป็นย่านการค้าเก่าแก่ของกรุงเทพฯ
บริเวณริมคลองโอ่งอ่าง จุดตัดถนนมหาไชยและถนนบำรุงเมือง ระหว่างวัดเทพธิดารามกับวัดสระเกศ ได้ชื่อมาจากจากประตูเมืองที่เป็นเส้นทางสำหรับลำเลียงศพออกจากเขตประตูเมืองของกรุงเทพฯ
โดยเฉพาะเจาะจง ประตูผีมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ
ในคราวที่มีประชาชนเสียชีวิตจากโรคระบาดเช่น อหิวาตกโรค จำเป็นต้องลำเลียงศพจำนวนมากผ่านประตูผีออกมาทำพิธีฌาปนกิจที่วัดสระเกศ
ปัจจุบันประตูผีเป็นย่านที่มีชื่อเสียง
เนื่องจากมีร้านอาหารขึ้นชื่อหลายร้าน เช่นผัดไทประตูผี ข้าวต้มเป็ดประตูผี
เป็นต้น
3. หนังสือชุดภูตผีปิศาจไทย ของครูเหม เวชกร ลำดับที่ ๔
เล่ม"ผู้มาจากเมืองมืด" ตอน ประตูผี
'...ตำบลประตูผี เดี๋ยวนี้เปลี่ยนชื่อให้เป็นมงคลว่า ตำบลสำราญราษฎร์
แต่ความหมายก็อยู่ดังเดิม คือประตูเมืองเก่าที่ทะลุกำแพงเมืองตรงนี้ชื่อประตูผี
เป็นที่นำศพคนตายในเมืองออกไปทำศพกันนอกเมืองเพราะสมัยโน้น สร้างเมืองใหม่ๆ
ต้องการความเป็นมงคลไม่มีการนำศพทำเมรุกันในกำแพงเมือง
เว้นแต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินและพระศพเจ้านายใหญ่ๆโตๆเท่านั้นประตูผีนี้จึงมีชื่อตายตัวเป็นกฎว่า
ใครนำศพคนตายออกประตูเมืองด้านอื่นๆมิได้ต้องออกแต่ประตูนี้โดยจำกัด
แม้จะเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า สำราญราษฎร์ ก็ยังมีความหมายเดิมนั่นเอง หมายถึงว่า
ราษฎรมีความสุขแล้ว และคนที่สุขที่สุดก็คือคนตายแล้วเป็นผู้หมดห่วง หมดกังวล
สำราญจริงๆจึงมาออกประตูนี้ และวัดที่ใกล้ที่สุดในสมัยโน้น ก็คือวัดสระเกศ พอออกจากประตูผีข้ามสะพานลงมา
ก็เข้าวัดสระเกศสู่ลานป่าช้าที่ใหญ่โตมโหฬารจริงๆ
นับแต่ลงสะพานสำราญราษฎร์ก็เป็นพื้นที่ป่าช้าแท้ๆ จรดสะพานแม้นศรี
อีกด้านหนึ่งไปจรดบ้านบาตร เป็นป่าช้าที่กว้างใหญ่ ไม่เหมือนวัดต่างๆเดี๋ยวนี้ ป่าช้าอยู่ติดกับบ้านคน
ป้าช้ามีวัดละนิดเดียว
คำว่าป่าช้าของสมัยก่อนนั้นเป็นสถานที่สงัดเงียบวังเวงไม่ใกล้ใคร
ห่างผู้ห่างคนจริงๆเป็นแดนของคนตายแล้ว ไม่ใช่แดนคนมีชีวิตจะไปปะปน...'
4. “ย่านประตูผี” เมื่อได้ฟังแล้วอาจดูน่ากลัว
แต่เมื่อยามที่วันเวลาได้ผ่านไปนั้นย่านแห่งนี้ก็ได้กลับกลายมาเป็นอีกย่านหนึ่งที่มีความคึกคักซึ่งมีทั้งที่เที่ยวและที่กิน
เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีชื่อเสียงในปัจจุบันแต่เดิมนั้นย่านประตูผีเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของกรุงเทพฯ
บริเวณริมคลองโอ่งอ่าง โดยชื่อของย่านแห่งนี้ได้มาจากประตูเมืองที่เป็นเส้นทางสำหรับลำเลียงศพออกจากเขตเมืองของกรุงเทพฯ ในครั้งอดีตที่มีอหิวาตกโรคระบาดและทำให้ผู้คนที่อยู่ในเกาะกรุงล้มตายเป็นจำนวนมาก
และจำเป็นต้องลำเลียงศพจำนวนมากนั้นผ่านประตูเมืองดังกล่าวออกมาทำพิธีฌาปนกิจเพราะอยู่ใกล้วัดวัดสระเกศที่สุด
ประตูแห่งนี้จึงถูกเรียกว่า “ประตูผี”
5. สมัยรัชกาลที่ 1 นั้น กรุงเทพฯ
ยังไม่ได้มีพื้นที่กว้างขวางแบ่งเป็นเขตๆเหมือนอย่างทุกวันนี้
แต่จะมีศูนย์รวมอยู่ภายในกำแพงเมือง ส่วนด้านนอกกำแพงก็จะมีการทำนาทำการเกษตรอยู่เป็นส่วนใหญ่
และภายในกำแพงเมืองนี้ก็ถือธรรมเนียมกันอยู่ว่าหากมีชาวบ้านเสียชีวิตในกำแพงเมือง
จะต้องขนเอาศพออกไปเผาด้านนอกกำแพงและทางออกที่จะขนศพออกไปได้ก็มีอยู่ทางเดียวคือประตูทางด้านทิศตะวันออกของเมือง
ถ้าจะให้ระบุตำแหน่งก็น่าอยู่ช่วงระหว่างเสาชิงช้าและวัดสระเกศ
หรือใกล้กับสี่แยกสำราญราษฎร์ปัจจุบัน เหตุที่ประตูเมืองด้านนี้ได้ชื่อว่าเป็นประตูผีก็เพราะเป็นทางขนย้ายศพผีออกไปนอกกำแพงเมืองนั่นเอง
ซึ่งวัดคนส่วนมากนำศพมาเผาหรือฝังก็มักจะเป็นที่วัดสระเกศ ซึ่งอยู่ติดๆกับประตูผีนั่นเอง และไม่เพียงแต่กรุงเทพฯ
เท่านั้นที่มีประตูผีเช่นนี้ แต่เมืองใหญ่ๆ
ในสมัยโบราณเช่นเมืองเชียงใหม่ก็มีประตูผีเช่นกัน แม้จะเรียกย่านนี้กันว่าย่านประตูผี
แต่ในปัจจุบันนี้ก็ไม่เห็นจะมีประตูสักบานให้เห็นแล้ว เพราะหลังจากที่ได้มีการตัดถนนบำรุงเมืองผ่านประตูผี
และมีการรื้อถอนกำแพงเมืองและประตูออกไป ประตูผีก็เหลือแต่ชื่อไว้ให้ระลึกถึง
แต่จะว่าเหลือแต่ชื่อก็ไม่ถูกนัก
เพราะภายหลังยังได้เปลี่ยนชื่อเรียกบริเวณนี้จากเดิมที่เรียกว่าย่าน "ประตูผี"
มาเป็น "สำราญราษฎร์" เพื่อให้เป็นมงคลแก่สถานที่อีกด้วย แต่ชื่อประตูผีก็ยังคงเป็นชื่อเรียกติดปากหลายๆ
คนมาจนปัจจุบัน
6. ทำไมเรียก ประตูผี สมัยรัชกาลที่ 4 เมืองกรุงเทพฯ ได้เกิดโรคระบาด คนไทยป่วยตายด้วยโรคติดเชื้อร้ายแรง อาทิ
อหิวาตกโรค กาฬโรค ที่วงการแพทย์สมัยนั้นยังรักษาไม่ได้
จึงเป็นเหตุให้คนตายนับหมื่นๆ คน
เมื่อมีคนตายก็ต้องลำเลียงศพออกนอกเขตเมืองเพื่อจะเอาไปเผาที่วัดสระเกศ ซึ่งเวลานั้นวัดยังเป็นป่ารกชัด ศพที่เผาไม่ทันจึงถูกฝูงแร้งบินลงมาไล่กินศพคนตายที่เริ่มจะเน่าเปื่อย
ด้วยเหตุนี้จึงมีคำของคนโบราณว่า อีแร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์
และเรียกที่บริเวณแถบนี้ว่า ประตูผี เพราะลำเลียงศพเข้ามายังวัดสระเกศ
เรียกติดปากว่า ประตูผี แต่ ณ วันนี้ บรรดาผีๆ ไปเกิดหมดแล้ว
เหลือแต่ผู้คน และเป็นถนนสายค่ำคืนอีกเส้นที่ชุกไปด้วยอาหารอร่อยและเลื่องชื่อ
ทั้งร้านรวง และ รถเข็น
********************************************************************************
ลำปาง ประตูม้า (ประตูผีจังหวัดลำปาง)
1. การสร้างเมืองของคนล้านนาโบราณ
ทิศที่เป็นอุบาศ์กเมืองนั้นถือว่าเป็นทิศที่ไม่เป็นมงคล
จะใช้บริเวณนี้เป็นที่ฝังหรือเผาศพคนตายและทางเหนือจะไม่เผาศพในวัดแต่จะเผาในป่าเห้ว
( ป่าช้า )ซึ่งจะอยู่นอกเมือง
ประตูที่นำออกจากเมืองเรียกว่าประตูผีที่เชียงใหม่คือประตูสวนปรุง ที่ลำปางคือ
ประตูม้า
นักวิชาการโบราณคดีท้องถิ่นหลายท่านที่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองลำปางมาอย่างถ่อแท้
ว่า ตำนานประตูม่า ( ตามสำเนียงคนลำปาง ) คงได้มาจากการที่ในอดีตกองทัพพม่ายกทัพมาตีนครลำปางทางประตูด้านนี้และคนล้านนาจะเรียกคนพม่าว่า
ม่าน ดังนั้นชื่อของประตูนี้คงถูกเรียกชื่อหลังเหตุการณ์นั้นว่า
ประตูม่านและคงจะเรียกเพี้ยนมาเป็น
ประตูม่า และเรียกเพี้ยนมาเป็น ประตูม้า ในปัจจุบัน
ประตูม่า และเรียกเพี้ยนมาเป็น ประตูม้า ในปัจจุบัน
2. ความเชื่อเรื่อง "ประตูผี"
ที่ว่านี้มีมาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครบอกได้
แต่สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดขึ้นในช่วงสมัยแรกสร้างเมือง
โดยเฉพาะประตูผีของเมืองลำปางที่มีการออกเสียงว่า "ประตูม้า" หรือ
"ประตูม่าห์" ยังเป็นข้อถกเถียงของนักวิชาการท้องถิ่น
จนกระทั่งทางราชการได้นำป้ายไปปักไว้และเรียกชื่อประตูนี้เสียใหม่ว่า
"ประตูม้า" โดยได้แจ้งกับประชาชนว่าชาวเหนือจะออกเสียงคำว่า
"ม้า" เป็น "ม่า" ดังนั้น"ประตูม้า"
ที่ทางราชการเขียนป้ายไว้นั้นถูกต้องแล้ว
ขณะที่นักวิชาการโบราณคดีท้องถิ่นหลายท่านที่ได้ศึกษาประวัติศาสตร์เมืองลำปางมาอย่างถ่อแท้และมีแนวคิดตรงข้ามกับทางราชการกล่าวว่า
"ตำนานประตูม่านั้น
คงได้มาจากการที่ในอดีตกองทัพพม่ายกทัพมาตีนครลำปางทางประตูด้านนี้
คนล้านนาจะเรียกคนพม่าว่า ม่าน ดังนั้นชื่อของประตูนี้คงถุกเรียกชื่อหลังเหตุการณ์สำคัญนั้นว่า
ประตูม่าน แต่นานๆเข้าคำว่า ม่าน
นั้นคงจะเรียกเพี้ยนมาเป็นประตูม่าและเรียกเพี้ยนมาเป็น ประตูม้า
ในปัจจุบัน"ในบทความเรื่องประตูม่าห์ของศุภการ นิมานนรเทพ
ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ได้ให้ความกระจ่างและอ้างถึงเหตุผล 2 - 3 ประการซึ่งสอดคล้องหลายประการกับที่มาของชื่อ "ประตูม่าห์"
โดยประการกล่าวว่า ชื่อ "ประตูม่า" ไม่ได้มีที่มาจากคำว่า
"ม่าน" เพราะปกติกองทัพพม่าที่จะยกทัพเข้ามาตีเมืองลำปางนั้น
เป็นกองทัพที่เข้ามายึดเชียงใหม่ ลำพูน ก่อนจะข้ามเขาขุนตาล
ผ่านลงมาตีเมืองลำปางทางด้านทิศตะวันตกของเมือง ซึ่งประตูเมืองทางทิศนี้ก็คือ
"ประตูเวียง" และไม่มีเหตุผลอะไรที่พม่าจะยกทัพอ้อมเมืองไป 180 องศาเพื่อเข้าตีเมืองทางประตูม่า ซึ่งอยู่ทิศทางตรงข้าม ประการที่สอง
ตามหลักวิชา "นิรุกติศาสตร์" ตัวสะกด น. ของคำว่า "ม่าน"
จะกร่อนไปเป็น "ม่า" ได้นั้นก็แต่เฉพาะในกรณีที่ชาวเมืองพูดไม่ชัดเท่านั้น
ซึ่งออกจะสรุปง่ายและตื้นจนกลายเป็นดูถูกดูหมิ่นกันไป ประการสุดท้าย
เมื่อเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ไล่คำอักษร
ม สระอา เรื่อยไปจนพบคำหนึ่ง คือคำว่า มาห,มาห์,ม่าห์ ซึ่งแปลว่า ผี,ยักษ์,ผู้ไม่ใช่มนุษย์และดิรัจฉาน
อยู่ในหน้าที่ 633 ก็คงพอจะเข้าใจแล้วว่าชื่อของประตูเมืองลำปางด้านทิศตะวันออกนี้ก็คือ
"ประตูม่าห์" อย่างไรก็ตามเป็นที่สังเกตว่าถัดจากบริเวณประตูนี้
มีสุสานของชาวเมืองที่มีมาตั้งแต่โบราณ ปัจจุบันบริเวณนี้คือ สุสานไตรลักษณ์
ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของพระเกจิชื่อดังหลวงพ่อเกษม เขมโก ปัจจุบันประตูม้าเมืองลำปางได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เล่มที่ 52 ลงวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2475
ประกาศให้เป็นหลักฐานของเมืองซึ่งพระนางจามเทวี
โปรดให้สร้างขึ้นสำหรับเจ้าอนันตยศ พระราชบุตร ราวพุทธศตวรรษที่ 13 สำหรับการสร้างแนวกำแพงประตูเมืองลำปางนั้น สันนิษฐานว่าคงจะมีการสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เจ้าเจ็ดตน
ซึ่งในช่วงเวลานั้นถือได้ว่าเป็นยุคแห่งการฟื้นฟูและสร้างความปึกแผ่นของล้านนา
ตรงกับสมัยของเจ้าดวงทิพย์ เจ้าหลวงลำปางองค์ที่ 3 (พ.ศ.2351)
และโปรดให้สร้างแนวกำแพงก่ออิฐยาว 1,900 เมตร
มีกำแพง 3 ด้านเหมือนเชียงแสน และได้สร้างประตูเมืองต่างๆคือ
ประตูหัวเวียง ประตูศรีเกิด ประตูศรีชุม ประตูสวนดอก ประตูเชียงราย
สร้างคูเมืองเขลางค์ฝั่งตำบลหัวเวียงและป้อมปืนหออะม๊อก
ซึ่งปัจจุบันยังเหลือหลักฐานให้เห็นอยู่
ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่า
แนวกำแพงเมืองลำปางและประตูเมือง ที่เหลืออยู่จึงอยู่ในยุคสมัยเดียวกัน
แต่ชื่ออาจมีการเรียกเพี้ยนไปตามยุคสมัย
3.เยือนถิ่น “ประตูผี”...แห่งเขลางค์นคร”
เมืองเก่าแก่แทบทุกเมือง มักจะทำ “ประตูผี”
ไว้ด้านหลังเมือง เพื่อขนศพคนตายออกนอกเมืองทางประตูหลัง
ไม่ให้เป็นการประเจิดประเจ้อ หรือเหตุผลอื่นอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะศพ “ผีตายโหง” หรือศพนักโทษประหาร (สมัยก่อนใช้ดาบฟันคอ)
ก็ต้องนำออกทางประตูหลังเช่นเดียวกันอย่างกรุงเทพฯ
หรือเกาะรัตนโกสินทร์ของเราในสมัยโบราณก็มีประตูผีอยู่บริเวณริมคลองโอ่งอ่าง
จุดตัดถนนมหาชัยและถนนบำรุงเมือง ระหว่างวัดเทพธิดาราม กับ วัดสระเกศ
ซึ่งเป็นประตูเมืองที่เป็นเส้นทางสำหรับลำเลียงศพออกจากเขตประตูเมืองของกรุงเทพฯ
ประตูผีมีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์
ในคราวที่มีประชาชนเสียชีวิตจากโรคระบาด เช่น อหิวาตกโรค หรือโรคห่า
จำเป็นต้องลำเลียงศพจำนวนมากผ่านประตูผีออกมาทำพิธีฌาปนกิจที่วัดสระเกศ
บางครั้งเผาไม่ทันอีแร้งก็อาจจะช่วยกำจัดให้ทำหน้าที่คล้าย “เทศบาล”
ในการรักษาความสะอาด อีแร้งที่วัดนี้ชุกชุมมาก
จนเป็นที่กล่าวขวัญว่า “อีแร้งวัดสระเกศ-เปรตวัดสุทัศน์”
ปัจจุบันประตูผีเป็นย่านที่มีชื่อเสียง
เนื่องจากมีร้านอาหารอร่อยหลายแห่ง เช่น
ร้านก๋วยเตี๋ยวผัดไทย-กุ้งสด ข้าวต้มเป็ดประตูผี เป็นต้นที่จังหวัดลำปาง หรือ
เขลางค์นคร ก็มีประตูผีหมือนกัน แต่เรียกกันว่า ประตูม่า ภาษาพื้นเมืองแปลว่า
ประตูผี ประตูม่าเรียกไปเรียกมา เรียกเพี้ยน กลายเป็นประตูม้าไปฉิบ จนถึงกับมีชาวบ้านนำ “ม้าไม้” “ม้าปูนปั้น” ไปเซ่นไหว้กันเป็นจำนวนมาก
เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นประตูม้า
จนเทศบาลนครลำปางต้องนำเอาออกในระหว่างที่มีการขุดค้น ขุดแต่ง และบูรณะกำแพงเมืองเก่าเพื่อสำรวจแหล่งโบราณคดี
และประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะกำแพงเมืองด้านประตูผีทั้งหมดเมืองเขลางค์นคร หรือ
นครลำปาง
********************************************************************************
จังหวัดเชียงใหม่ ประตูแสนปุง หรือ ประตูสวนปรุง
เป็นประตูที่ตั้งอยู่ทิศพิเศษ คือ
ทิศใต้ เนื่องจากมีประตูเชียงใหม่ เป็นประตูประจำทิศ แต่กลับมีประตูสวนปรุง
เพิ่มขึ้นอีก
1.ประตูนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ประตูสวนปรุง มีไว้สำหรับเคลื่อนขบวนศพออกไปยังสุสานประตูหายยา
ชาวเชียงใหม่ยึดถือกันอย่างเคร่งครัดที่จะไม่เคลื่อนย้ายศพ
เข้าหรือออก ผ่านประตูเมืองอื่นๆนอกจากประตูสวนปรุงเท่านั้น ถ้าจะมีการฝืนจารีตนี้
ต้องถือว่า “ขึด” (ต้องอาถรรพ์) ผู้ฝ่าฝืนจะต้องมีอันเป็นไปด้วยประการต่างๆ
จึงเป็นที่มาของชื่อ “ประตูผี” หรือ
ประตูเข้า ออกของขบวนศพเพียงประตูเดียวนั่นเอง
********************************************************************************
จังหวัดนครศรีธรรมราช ประตูลัก
ลักษณะกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช ความสูงถึง ยอดเสมา 15 ศอก เชิงเทินหนา 22 ศอก ริมเชิงเทินสูง 2 ศอก กำแพงลึก 8 ศอก มีป้อมทั้งหมด 10 ป้อม แม่ไฟรองรับฐานกำแพงเป็นไม้ทองหลาง บนเชิงเทินมีช่องปืนตลอดแนวโดยรอบ 4 ด้าน
ประตูกำแพงเมืองนครศรีธรรมราช
1.ประตูชัยเหนือ เดิม
ชื่อประตูชัยศักดิ์ เป็น ประตูเมือง ด้านทิศเหนือ หรือด้าน หน้าเมือง
อยู่ตรงเชิงสะพานนคร น้อยด้านใต้ในปัจจุบัน เดิมมีสะพาน หก สำหรับ เปิด ปิดได้เป็น
ประตูขนาดใหญ่ช้างม้าพาหนะทุกชนิด ผ่านเข้าออกได้ ทางด้านเหนือมีประตูเดียว
2.ประตูชัยใต้ เดิมชื่อประตูชัยสิทธิ์
เป็นประตูเมืองด้าน ใต้ อยู่ตรงสี่แยก ประตูชัยในปัจจุบัน เป็นประตูที่มี
ลักษณะเช่นเดียว กับ ประตูชัยเหนือ ทางด้านใต้มี ประตูเดียวเช่นกัน
3.ประตูลัก
เป็นประตูแรกของกำแพงด้านตะวันออก นับมา ทางทิศเหนือ เป็นประตูขนาดเล็ก
เรียกว่าประตูผี เพราะเป็นทางที่เอาศพ ออกไปนอกกำแพงเมือง เพราะห้าม นำศพ
ออกทางประตูชัยเหนือ และใต้
4. ประตูโพธิ์ เป็นประตูที่สอง ของกำแพงด้านตะวันออก นับ มาจากทิศเหนือ
5. ประตูลอด เป็นประตูที่สามของกำแพงด้านตะวันออก นับ มาจากทิศเหนือ
6. ประตูพาน ยม (สะพานยม) เป็นประตูที่สี่ของกำแพง
ด้านตะวันออก นับมา จากทิศเหนือ เรียกกันว่าประตูผี เช่นเดียวกับประตูลัก
7. ประตูท่าม้า เป็นประตูแรกของกำแพงด้านตะวันตก นับ มาจากทิศเหนืออยู่
ตรงข้ามกับประตูโพธิ์
8. ประตูนางงาม เป็นประตูที่สอง ของกำแพงด้าน ตะวันตก นับมาจากทิศเหนือ
ตรงข้ามกับประตูลอด
9. ประตูท้ายวัง เป็นประตูที่สามของกำแพงด้านตะวันตก นับมาจากทิศเหนือ
อยู่หลังศาลากลาง ด้านทิศใต้
10.ประตูท่าชี
เป็นประตูที่สี่ของกำแพงด้านตะวันตก นับมาจากทิศเหนือ เป็นประตูผี เช่นเดียวกับ
ประตูลัก อยู่ตรงข้ามกับประตูพานยม
มีกำแพงเมืองชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง ปัจจุบันพังทลายจนไม่ มีซาก
อีกแล้วมี อยู่ทั้ง 4 ทิศ คือ
1. กำแพงถมอยู่ทางทิศตะเหนือ บริเวณวัดกำแพงถมจนถึงบริเวณท่าแพปัจจุบัน
2. กำแพงเซาอยู่ทางทิศตะวันตก บริเวณตำบลกำแพงเซาปัจจุบัน
3. กำแพงโคกอยู่ทางทิศตะวันออก บริเวณทุ่งแพงโคก ตำบลท่าไร่ ปัจจุบัน
4. กำแพงสูงอยู่ ทางทิศใต้ บริเวณบ้านแพงสูงหรือแคสูงปัจจุบัน
1. กำแพงถมอยู่ทางทิศตะเหนือ บริเวณวัดกำแพงถมจนถึงบริเวณท่าแพปัจจุบัน
2. กำแพงเซาอยู่ทางทิศตะวันตก บริเวณตำบลกำแพงเซาปัจจุบัน
3. กำแพงโคกอยู่ทางทิศตะวันออก บริเวณทุ่งแพงโคก ตำบลท่าไร่ ปัจจุบัน
4. กำแพงสูงอยู่ ทางทิศใต้ บริเวณบ้านแพงสูงหรือแคสูงปัจจุบัน
********************************************************************************
จังหวัดนนทบุรี ประตูผีเรือนจำบางกลางขวาง
ประตูที่ใช้สำหรับนำศพนักโทษที่ถูกประหารชีวิตออกมาจากแดนประหาร
จุดนี้ถือเป็นที่เลื่องลือในหมู่นักโทษกับเรื่องของอาถรรพ์ต่าง ๆ และจุดนี้เองถือเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับคนทั่วไปได้
ใช้ชีวิตอย่างมีสติเป็นดีที่สุด จุดจบของร่างจะได้ไม่ต้องถูกนำออกจากช่อง
"ประตูผี" ทั้งนี้
บุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งเป็นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์แบบสะเทือนขวัญคนในสังคมและถูกคุมขังอยู่ที่คุกบางขวาง
อาทิพ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำหรือ ผู้พันตึ๋ง
ที่ถูกศาลตัดสินประหารชีวิตในคดีร่วมฆ่า
นายปรีณะ ลีพัฒธนะพันธ์ อดีตผู้ว่าฯจ.ยโสธร นพ.วิสุทธิ์
บุญเกษมสันติศาลตัดสินประหารชีวิตคดีฆ่า พ.ญ.ผัสพร บุญเกษมสันติ ภรรยา พล.ต.ท.ชลอ
เกิดเทศถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในคดีอุ้มฆ่าสองแม่ลูก ตระกูลศรีธนะขันธ์ นายวิศิษฎ์ พึ่งรัศมีมาเฟียตลาดไนท์บาซาร์ จ.เชียงใหม่
หัวหน้าซุ้มมือปืนภาคเหนือ และนายทวี พุทธจันทร์ผู้ต้องขังในคดีจ้างวานฆ่าอดีต
ผอ.อสมท
ปัจจุบันเรือนจำบางขวาง มีผู้ต้องขังรวมทั้งสิ้น6,338 คน แยกเป็นผู้ต้องขังที่ต้องโทษประหารชีวิตจำนวน 870
คน อยู่ระหว่างอุทธรณ์จำนวน 546 คน
อยู่ระหว่างฎีกาจำนวน 220 คน และนักโทษเด็ดขาดรอประหารชีวิตจำนวน
104 คน
********************************************************************************
จังหวัดกำแพงเพชร ประตูผีภายในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร
เป็นประตูที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
เนื่องจากความเหมาะสมทางการประกอบพิธีทางศาสนาที่จำเป็นต้องตั้งประตูทางทิศนี้โดยถ้าออกประตูไปเจอกับวัดใกล้ที่สุดในการประกอบพิธีทางศาสนา
ที่มา : จากการสัมภาษณ์นางสาวพิมพิศุทธิ์
ชูสุข นักวิชาการวัฒนธรรม
ข้อมูลประตูผีกำแพงเพชร
ข้อมูลประตูผีกำแพงเพชร
********************************************************************************
ตารางเปรียบเทียบลักษณะและการใช้งานประตูผีทั้ง
4 ภาคไทย
ภาค
|
ลักษณะ
|
การใช้งาน
|
เหนือ
|
พบในจังหวัดเชียงใหม่ลำปางและกำแพงเพชรลักษณะที่คล้ายกันคือเป็นช่องว่างระหว่างกำแพง
สูงจากพื้นดินไม่มีบานประตูปิดเปิด
|
จังหวัดที่ปรากฏประตูผีจะเป็นจังหวัดที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน
เป็นอาณาจักรเก่าของไทย เช่นเชียงใหม่
ดังนั้นประตูผีจึงเป็นเส้นทางที่ใช้ในการขนศพของชาวบ้านจากภายในเมืองสู่นอกเมืองเพื่อใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนา
|
กลาง
|
ในจังหวัดกรุงเทพจะเป็นเพียงสี่แยกที่ตัดกันของถนนเคยมีกำแพงเมืองแต่ปัจจุบันถูกรื้อถอนแล้วและในจังหวัดนนทบุรีประตูผีจะตั้งอยู่ด้านหลังติดกับเรือนจำกลางบางขวางบริเวณ
แดน 11
เป็นประตูบานเล็กๆเตี้ยๆ ทรงคล้ายสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทาสีแดงสด
|
จังหวัดที่มีประตูผีในภาคกลางคือจังหวัดกรุงเทพและนนทบุรี
ทั้งสองจังหวัดนั้น ที่ตั้งของประตูผีจะอยู่ใกล้กับเรือนจำดังนั้น
การใช้งานส่วนใหญ่ของประตูผี
คือใช้ขนศพที่ถูกประหารเพื่อนำไปวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา
|
อีสาน
|
ประตูผีของจังหวัดนครราชสีมาเป็น1 ใน 4
ประตูหลักของเมือง อยู่ทางทิศใต้ เป็นกำแพงที่มีช่องว่าง ไม่มีบานประตูช่องว่างกว้างและกำแพงสูง
|
มีประเพณีความเชื่อว่า
เมื่อมีชาวบ้านเสียชีวิตในเมืองห้ามมีการเผา หรือฝังเอาไว้ในเมือง
ให้ออกไปจัดการกันที่นอกเมืองดังนั้นประตูนี้จึงเป็นประตูเดียวที่สามารถนำศพผ่านได้
|
ใต้
|
ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ปรากฏอยู่บนกำแพงเมือง
มี 3
ประตูได้แก่
1.
ประตูลักเป็นประตูที่หนึ่ง ทางทิศตะวันออก ขนาดเล็ก
2. ประตูพานยม (สะพานยม)เป็นประตูที่สี่ทิศตะวันออก 3. ประตูท่าชี อยู่ทางทิศตะวันตกนับมาจากทิศเหนืออยู่ตรงข้ามกับประตูพานยม |
ใช้ในการขนศพออกนอกเมือง
|






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น